เมนูหลัก

ข่าวสารและกิจกรรม-ข่าวประชาสัมพันธ์และกิจกรรม

นวัตกรรมแผนที่ทางเดินน้ำฯ

แชร์

นวัตกรรมแผนที่ทางเดินน้ำเพื่อการบริหารจัดการน้ำแบบยั่งยืน ของตำบลห้วยเกตุ เพื่อให้ทราบถึง คู คลอง หนอง บึง ภายในตำบลห้วยเกตุได้มากขึ้นและแหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อการบริหารน้ำใช้ในการเกษตรกรรมต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้วยบริบทพื้นที่ของตาบลห้วยเกตุ อยู่ในพื้นที่ระบบชลประทานมากว่า 40 ปี มีน้าใช้อย่างอุดมสมบูรณ์ และเป็นพื้นที่ปลูกข้าวที่สาคัญของจังหวัดพิจิตร หลังจากที่มีระบบชลประทานเกษตรกรหันไปใช้น้าจากระบบชลประทานทุกครัวเรือน เพราะมีน้าทานาตลอดทั้งปีหมุนเวียนไปในรอบการผลิตเฉลี่ย 2 ปี ทานาได้ 5-6 ครั้ง ทาให้เกษตรกรจึงไม่ได้ใช้ประโยชน์จากแหล่งน้าธรรมชาติที่อยู่ในชุมชน ลาเหมือง ลาคลอง บึง หนองน้า สระน้าสาธารณะมาเป็นระยะเวลานาน ทาให้แหล่งน้าธรรมชาติที่มีอยู่ถูกทิ้งร้าง ตื้นเขิน และเต็มไปด้วยวัชพืช ประชาชนลุกล้าเข้าไปใช้ประโยชน์และรังวัดที่ดินเป็นของตนเองจานวนหลายแปลง
จากความแปรปรวนของสภาพอากาศของโลก และที่มีการลักลอบตัดไม้ทาลายป่าในเขตพื้นที่ป่าทั่วประเทศไทย ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล ทาให้ปริมาณฝนในประเทศไทยลดน้อยลง ปริมาณน้าในเขื่อนที่สาคัญๆ ได้แก่ เขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก และเขื่อนสิริกิตติ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ ที่เป็นแหล่งต้นน้าของระบบชลประทานที่ส่งจ่ายมายังจังหวัดพิจิตร มีปริมาณน้าสะสมลดลงอย่างมาก ตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา รัฐบาลจึงได้มีนโยบายลดการจ่ายน้าจากเขื่อนสู่ระบบชลประทาน ทาให้พื้นที่ตาบลห้วยเกตุประสบปัญหาขาดแคลนน้าอย่างหนัก ระบบชลประทานมีน้าไม่เพียงพอต่อการทาเกษตรกรรม แปลงที่ปลูกข้าวไปแล้วบางแปลงแห้งตายหรือบางแปลงไม่ได้ผลผลิตเต็มเม็ดเต็มหน่วย จึงต้องลดพื้นที่การทานาและลดรอบการผลิตข้าวลงเหลือปีละ 1-2 ครั้งเท่านั้น ด้วยปัญหาดังกล่าวเกษตรกรตาบลห้วยเกตุ ต้องสูญเสียรายได้จากการทานาและพืชสวน ประกอบกับราคาข้าวตกต่า ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ทาให้มีหนี้สินสะสมเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัญหาสาคัญอันดับ 1 ของตาบลห้วยเกตุ ที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน
ทั้งนี้ องค์การบริหารส่วนตาบลห้วยเกตุ ได้มีการรณรงค์ให้เกษตรกรหันมาปลูกข้าวและทาพืชสวนแบบเกษตรอินทรีย์ แต่ด้วยปริมาณน้าที่มีไม่เพียงพอจึงทาให้เกษตรกรต้องรีบเร่งในขั้นตอนการผลิตเพื่อให้ทันต่อน้าของระบบชลประทานที่จ่ายให้ในแต่ละรอบซึ่งมีเวลาการปล่อยน้า รอบละ 20-30 วันเท่านั้น ส่วนใหญ่จึงจาเป็นต้องใช้ปุ๋ยเคมีและเคมีเกษตรในการผลิต เพราะปัญหาสาคัญคือน้าที่จะใช้ในการทาเกษตรกรรมไม่เพียงพอ องค์การบริหารส่วนตาบลห้วยเกตุ ได้ทาหนังสือขอความอนุเคราะห์ไปยังสานักงานชลประทานจังหวัดพิจิตร เพื่อให้พิจารณาจ่ายน้าให้พื้นที่ตาบลห้วยเกตุหลายครั้งแต่ไม่เป็นผล เนื่องจากหากปล่อยน้าจากเขื่อนลงระบบชลประทาน พื้นที่อื่นๆที่ประสบปัญหาเดียวกันก็จะต้องมีการร้องขอเช่นกัน และจะเกิดปัญหาความขัดแย้งอย่างแน่นอน อีกทั้ง ปริมาณน้าในเขื่อนจะต้องสะสมไว้ใช้ในการอุปโภคและบริโภคหลายจังหวัด และใช้ในการผลิตไฟฟ้าด้วย เพราะหากช่วยเหลือเพียงพื้นที่ตาบลห้วยเกตุแห่งเดียวความเป็นไปได้ไม่มีเลย
องค์การบริหารส่วนตาบลห้วยเกตุ จึงได้ประชุมปรึกษาหารือกับผู้นาชุมชนและเกษตรกรหลายต่อหลายครั้ง เพื่อหาวิธีการแก้ไขปัญหาดังกล่าว จึงได้ข้อสรุปที่จะต้องสารวจพื้นที่สาธารณะ และแหล่งน้าธรรมชาติที่มีทั้งหมด เพื่อให้ทราบเส้นทางการเดินของน้า ว่าจะดาเนินการอย่างไรให้เชื่อมโยงอย่างเป็นระบบ และจะต้องทาอย่างไรให้สามารถผันน้าจากระบบชลประทานที่จ่ายน้าในแต่ละรอบ ส่งไปยังแหล่งเก็บน้าสาธารณะและคลองธรรมชาติภายในตาบล ให้มีน้าใช้สาหรับทาการเกษตรกรรมได้เพียงพอตลอดทั้งปี

แผนที่ทางเดินนาตาบลห้วยเกตุ แบบมีส่วนร่วมสู่การบริหารจัดการนาแบบยั่งยืน เป็นโครงการที่เหมือนมีความยุ่งยากซับซ้อน เพื่อพื้นที่ของตาบลห้วยเกตุ มีจานวน 9 หมู่บ้าน ขนาดพื้นที่ 28.06 ตารางกิโลเมตร ต้องใช้เงินทุนจานวนมากในการแก้ไขปัญหา ต้องมีบุคลากรกองช่างหลายคนเพื่อสารวจพื้นที่/จัดทาร่างแผนที่แต่ละหมู่บ้าน ต้องใช้พื้นที่จานวนมากเพื่อให้มีแหล่งน้าขนาดใหญ่สาหรับการกักเก็บน้าไว้ใช้ในตาบลให้เพียงพอ ซึ่งตาบลห้วยเกตุ ไม่ได้มีทรัพยากรดังที่กล่าวมาทั้งหมด แต่เกิดจากความร่วมมือของผู้ประสบปัญหาเดียวกัน มานั่งคุยกันเพื่อหาทางออกของปัญหาร่วมกัน เกิดขึ้นจากปัญหาความต้องการของประชาชนจริงๆ ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้เป็นคนที่อยู่ในพื้นที่แต่ละหมู่บ้านของตาบลห้วยเกตุ จะเป็นผู้ทราบข้อมูลที่เป็นจริงมากที่สุด จึงได้เกิดเวทีประชาชนร่วมกันจัดทาร่างแผนที่เส้นทางเดินของน้ำ

การมีส่วนร่วมของประชาชนและเครือข่าย ได้แก่
1.ประชาชนและผู้นาชุมชนทุกหมู่บ้านเป็นแกนหลักในการดาเนินกิจกรรมระดมสมอง ให้ข้อมูลการจัดทาร่างแผนที่ทางเดินน้าแต่ละหมู่บ้านและภาพรวมระดับตาบล ดูแลรักษาแหล่งน้า สนับสนุนการจัดทาแผนชุมชนเพื่อเสนอโครงการ/กิจกรรมให้สอดคล้องกับการดาเนินนวัตกรรม
2.บุคลากรของ อบต.ห้วยเกตุ ได้แก่ เจ้าหน้าที่กองช่างเป็นเจ้าภาพในการดาเนินกิจกรรม และเจ้าหน้าที่ทุกสานัก/กอง เป็นฝ่ายสนับสนุนการจัดทาร่างแผนที่ทางเดินน้า สารวจ ออกแบบ
3.ผู้บริหารและสมาชิกสภาท้องถิ่น รับฟังปัญหาและร่วมกันแก้ไขปัญหา พิจารณาจัดสรรงบประมาณในการจัดทาโครงการต่างๆ ที่สนับสนุนนวัตกรรม เช่น ขุดลอกวัชพืช วางท่อระบายน้า เป็นต้น
4.องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร เป็นหน่วยงานสนับสนุนความรู้ทางวิชาการ
5.สานักงานเกษตรอาเภอตะพานหิน สนับสนุนข้อมูลรายได้และจานวนพื้นที่การทาเกษตร
6.บริษัท SC ฟอร์มูเลเตอร์ จากัด สนับสนุนโดรนในการสารวจทางอากาศ
จากการดาเนินงานที่ผ่านมา เราพบว่า บึง หนองน้า และสระน้าสาธารณะ ที่ถูกทิ้งร้างจานวน 16 แห่ง คลองและลาเหมืองธรรมชาติ คลองส่งน้า จานวน 28 สาย องค์การบริหารส่วนตาบลห้วยเกตุ ได้ดาเนินการขุดลอกพร้อมกาจัดวัชพืช และได้ขุดลอกคลองใส้ไก่ คลองทิ้งน้าเพิ่มครอบคลุมทั้งตาบล จานวน 50 สาย ทาให้สามารถผันน้าส่งสู่แหล่งน้าสาธารณะเก็บกักไว้ใช้อย่างเพียงพอในช่วงฤดูแล้ง
จากข้อมูลปี 2560 มีพื้นที่ปลูกข้าว 7,725.54 ไร่ เกษตรกร 409 ครัวเรือน
ปี 2561 พื้นที่ปลูกข้าว 7,920.45 ไร่ เกษตรกร 441 ครัวเรือน จานวนประชากรประมาณ 1,265 คน จากข้อมูลดังกล่าวทาให้มีพื้นที่ปลูกข้าวเพิ่มขึ้น 194.91 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 2.52 และจานวนครัวเรือนที่ทานาเพิ่มขึ้น 32 ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 7.82 และเกษตรกรในชุมชน มีน้าเพียงพอในการปลูกพืชผัก นอกฤดูเก็บเกี่ยว เพิ่มรายได้ให้กับครัวเรือนโดยรวมกว่า 745 ครัวเรือน 2,235 คน นอกจากนี้ ยังเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมในชุมชน เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลา และเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์นานาชนิด ระบบนิเวศน์มีความอุดมสมบูรณ์ สร้างความผาสุขให้กับชุมชนตาบลห้วยเกตุได้อย่างยั่งยืน
การบริหารจัดการน้า ด้วยนวัตกรรมแผนที่ทางเดินน้าตาบลห้วยเกตุ แบบมีส่วนร่วมสู่การบริหารจัดการน้าแบบยั่งยืน จึงมีความเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบในระดับตาบล ทาให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ถือว่าโครงการดังกล่าวเกิดจากการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง

เอกสารแนบคลิกเพื่อ ดาว์นโหลดเอกสาร

ภาพประกอบคลิกเพื่อ แสดงรูปภาพ

กลับหน้ารวม ข่าวสารและกิจกรรม-ข่าวประชาสัมพันธ์และกิจกรรม
0.02s. 1.00MB